top of page
ค้นหา
  • team4949

เมื่อเข้าสู่สูงวัย เราต้องการน้ำมากขึ้นหรือไม่ ?



ใช่เลย ผู้สูงอายุมักต้องใส่ใจกับการดื่มน้ำเป็นพิเศษ และอาจต้องการน้ำมากกว่าผู้ที่อายุน้อยกว่า เนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น การทำงานของไตลดลง การรับรู้ความกระหายเปลี่ยนแปลงไป และการใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ


เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ร่างกายของพวกเราอาจมีประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำและควบคุมสมดุลของของเหลวน้อยลง นอกจากนี้ ภาวะสุขภาพบางอย่างที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น เบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจ ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ หรือเกิดจากปัญหาที่ร่างกายเลื่อมสภาพ เช่น ปัญหาสายตา ปัญหาสุขภาพช่องฟัน กลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือ ภาวะสมองเสื่อม ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ผู้สูงอายุไม่อยากดื่มน้ำมาก


ดังนั้น ผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือ การดูแลตนเอง จึงควรพยายามรักษาร่างกายให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอโดยการดื่มของเหลวเป็นประจำตลอดทั้งวัน โดยการจัดหาภาชนะที่ง่ายต่อการจับ หลอดดูดน้ำ วางอยู่ในระยะที่เอื้อมถึง และกรณีออกไปนอกบ้าง ควรสวมผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพื่อความมั่นใจ

แม้ว่าจะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม น้ำเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการให้ความชุ่มชื้น

แต่ของเหลวอื่นๆ เช่น ชาสมุนไพร ซุปที่มีส่วนผสมของน้ำซุป และผลไม้ที่มีปริมาณน้ำสูง ก็สามารถส่งผลต่อการบริโภคของเหลวโดยรวมได้เช่นกัน การตรวจดูสีของปัสสาวะสามารถเป็นตัวบ่งชี้สถานะความชุ่มชื้นที่เป็นประโยชน์ได้ โดยทั่วไปแล้วปัสสาวะใสหรือมีสีอ่อนบ่งชี้ว่ามีความชุ่มชื้นเพียงพอ ในขณะที่ปัสสาวะสีเข้มอาจบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำ โดยรวมแล้ว การได้รับน้ำอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราอายุมากขึ้น กรมอนามัย ยังแนะนำให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำไม่ต่ำกว่า 8 แก้วต่อวัน และเน้นให้ดื่มทุกๆชั่วโมงทีละน้อย แต่ถี่ๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ ทางทีมงาน Emoo หวังว่า Tip นี้จะเป็นประโยชน์และสร้างความตระหนักให้กับผู้สูงอายุและลูกหลาน ในการดื่มน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สุขภาพเราแข็งแรงได้ แบบไม่ต้องใช้ราคาแพง



อ้างอิง


ดู 64 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page